<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เที่ยววิถีไทย]]></title>
<link>https://ubonratchathani.prd.go.th/th/content/category/index/id/166</link>
<atom:link href="https://ubonratchathani.prd.go.th/th/content/category/index/id/166" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[เที่ยวน้ำตกห้วยหลวง(ถ้ำบักเตว) ที่ อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย]]></title>
<link>https://ubonratchathani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/166/iid/232008</link>
<guid isPermaLink="false">a2af83f2f9bab82391d98f9413a583cf</guid>
<pubDate>Mon, 13 Nov 2023 15:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><img alt="" src="https://ubonratchathani.prd.go.th/cms/s175/u196/messageImage_1699863728005_0.jpg" style="width: 50%; height: 50%;" /></h3>

<h3>อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย&nbsp;เป็นที่ตั้งของ<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%81">น้ำตก</a>ห้วยหลวง(<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B3">ถ้ำ</a>บักเตว) สูงประมาณ 50 เมตร ตกลงสู่หุบเขาที่มีลักษณะเป็นอ่างน้ำขนาดเล็ก มี<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%94">หาด</a>ทรายขาวและน้ำเป็นสีมรกตงดงามมาก</h3>

<p data-v-19f09fe8="" data-v-229087d8="">พื้นที่ประมาณ 686 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน ทั้งยังมีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและราชอาณาจักรกัมพูชา หรือที่เรียกว่า &ldquo;สามเหลี่ยมมรกต&rdquo; เป็นพื้นที่ในเขตภูเขาพนมดงรัก สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ สถานที่ที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่ แก่งกะเลา เป็นแก่งหินกลางลำธารห้วยหลวงที่มีธารน้ำไหลแผ่กว้างไปตามลานหินบรรยากาศร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดและหมู่ผีเสื้อ เหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติและลงเล่นน้ำ&nbsp;<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%81">น้ำตก</a>ห้วยหลวง (น้ำตกบักเตว) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำธารห้วยหลวงไหลตกจากหน้าผาที่มีความสูงประมาณ 45 เมตร เบื้องล่างมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ พื้นน้ำเป็นสีเขียวมรกตและมี<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%94">หาด</a>ทรายขาวสะอาด เหมาะสำหรับการลงเล่นน้ำ ด้านบนมีจุดชมทิวทัศน์และถ่ายภาพ จากอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของน้ำตกมีทางเดินเป็นขั้นบันได 272 ขั้น ลงมายังแอ่งน้ำเบื้องล่าง ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยวชมคือเดือนสิงหาคม-กุมภาพันธ์ บริเวณด้านหน้าทางลงน้ำตกมีร้านอาหารให้บริการอยู่หลายร้าน แก่งศิลาทิพย์ เกิดจากลำธารห้วยหลวงไหลผ่านลานหินทราย ผ่านแก่งหินหักลงเป็นขั้นจนเกิดเป็นน้ำตกขนาดเล็ก บริเวณลานหินกลางลำธารเกิดปรากฏการณ์ &ldquo;กุมภลักษณ์&rdquo; คือหินเกิดเป็นหลุมกลมขนาดเล็กใหญ่ ตื้นลึกต่างกันตามความแรงของสายน้ำ ดูสวยงามแปลกตา น้ำตกเกิ้งแม่พอง เข้าถึงได้ด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อและการเดินเท้า ตั้งอยู่กลางป่าลึกอันอุดมสมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำโดมน้อย โดยสายน้ำไหลผ่านลานหินแล้วตกลงจากหน้าผาที่มีความสูงประมาณ 10 เมตร ในช่วงฤดูฝนจะมีพืชจำพวกมอสและเฟิร์นขึ้นเขียวครึ้มทั่วทั้งบริเวณโขดหิน ภายใต้เพิงผาน้ำตกมีทางเดินลอดใต้ม่านน้ำข้ามไปยังโขดหินฝั่งตรงข้ามซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตา พลาญกงเกวียน เป็นลานหินกว้างที่ด้านหน้ามีกลุ่มหินลักษณะเป็นเพิงตามธรรมชาติ มีดอกไม้ป่าและพันธุ์ไม้ขึ้นสลับกันเป็นหย่อม ๆ นักเดินทางในอดีตได้อาศัยเพิงหินเหล่านี้เพื่อหลบแดดและฝนระหว่างการเดินทาง จึงเป็นที่มาของชื่อ &ldquo;พลาญกงเกวียน&rdquo; (&ldquo;พลาญ&rdquo; หมายถึงบริเวณที่เป็นลานกว้าง &ldquo;กงเกวียน&rdquo; เพี้ยนมาจาก &ldquo;พวงเกวียน&rdquo; หมายถึงประทุนเกวียนหรือกระทุนเกวียนซึ่งเป็นที่บังแดดบนเกวียน) สามเหลี่ยมมรกต หรือช่องบก เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างชายแดนไทย-ลาว-กัมพูชา พื้นที่ในเขตประเทศลาวคือแขวงจำปาสัก ส่วนพื้นที่ในประเทศกัมพูชาคือจังหวัดพระวิหาร ชื่อ &ldquo;สามเหลี่ยมมรกต&rdquo; เป็นการตั้งชื่อเลียนแบบสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อของไทย-ลาว-พม่า ในภาคเหนือ อ่างเก็บน้ำห้วยพลาญเสือตอนบน ตั้งอยู่ในบริเวณช่องบก ลักษณะอ่างเก็บน้ำเป็นทำนบดินปิดกั้นลำห้วยพลาญเสือ ซึ่งเป็นลำห้วยสาขาในลุ่มน้ำลำโดมใหญ่ มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสูงบริเวณชายแดนรอยต่อสามประเทศ (สามเหลี่ยมมรกต) บริเวณด้านเหนือของอ่างเก็บน้ำเป็นเนินเขาสูง ด้านท้ายอ่างเป็นที่นาสลับป่าโปร่ง โดยอ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีทิวทัศน์ทางธรรมชาติสวยงาม มีน้ำตลอดทั้งปี และมีนกน้ำรวมทั้งนกอพยพในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ภูหินด่าง เป็นภูเขาหินทรายที่ประกอบด้วยป่าลานหิน มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่สวยงามแปลกตาแตกต่างจากที่อื่น ได้แก่ ลานหินงอก ลานหินเป็นระแหง แอ่งหินเว้า และร่องหินแยก ตลอดเส้นทางเดินป่าไปสู่ยอดภูหินด่างเต็มไปด้วยกล้วยไม้ป่านานาชนิดและดอกไม้ป่าหลากสีสันขึ้นอยู่ตามลานหิน ชนิดของดอกไม้จะแตกต่างกันตามแต่ฤดูกาล จากจุดชมวิวบริเวณหน้าผามองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า รวมทั้งทะเลหมอกในช่วงฤดูหนาว และยังมองเห็นทัศนียภาพพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง สภาพป่าในเขตลาวและกัมพูชาที่อยู่เบื้องล่างได้ด้วย ที่ผนังหินใต้เพิงผาปรากฏแถบสีแดงและสีชมพูอยู่หลายแห่ง ดูแปลกตาและสวยงาม และเป็นที่มาของชื่อ &ldquo;ภูหินด่าง&rdquo; นักธรณีวิทยาอธิบายว่าเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงสภาพอากาศที่แห้งแล้งของพื้นที่บริเวณนี้เมื่อหลายร้อยล้านปีมาแล้ว จึงส่งผลให้มีการตกตะกอนของแร่ธาตุบางอย่าง การเดินทางเข้าภูหินด่างต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อนำทาง&nbsp;<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">อุทยานแห่งชาติ</a>ภูจอง-นายอย มีบ้านพักและจุดกางเต็นท์ให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งอยู่ก่อนถึงน้ำตกห้วยหลวง 3 กิโลเมตร สอบถามข้อมูล โทร. 0 4521 0706 เว็บไซต์ www.dnp.go.th</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ubonratchathani.prd.go.th/th/file/get/file/20231113198ace640a27c1954c96c998e6e020ca152042.png' type='image/png' length='1522382' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รับแสงแรก ก่อนใครในสยาม ที่ ผาชะนะได]]></title>
<link>https://ubonratchathani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/166/iid/231990</link>
<guid isPermaLink="false">8a9307a25db2e1acf6cce9b62bf4f852</guid>
<pubDate>Mon, 13 Nov 2023 14:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3>ผาชะนะได เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้มที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก ถือเป็นหน้าผาที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม อีกทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาใช้เป็นจุดที่ใช้ในการบอกเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นนั้นเอง บริเวณผาชะนะได นอกจากจะเห็นแนวแม่น้ำโขงที่ทอดยาวจากเหนือลงใต้แล้ว ยังได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าเขียวขจีกว้างสุดลูกหูลูกตา &nbsp;ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะในตอนเช้าจะได้เห็นสายธารของหมอกที่ไหลผ่านด้านหน้าผาด้านหลังเป็นเทือกเขาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวสูงต่ำสลับกันไปผาชะนะไดอยู่ในเขตพื้นที่ป่าดงนาทาม ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกสุดของประเทศไทย หากแสงแรกของตะวันสาดส่องจะกระทบหน้าผาชะนะได การเดินทางต้องใช้รถสูง เนื่องจากเส้นทางขึ้นเป็นเส้นทางขึ้นเขาในช่วงหน้าฝนต้องใช้รถที่เป็นโฟวิล ขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะถนนจะลื่นและติดหล่มได้ ผาชะนะไดตั้งอยู่ที่ฐานปฏิบัติการดงนาทาม ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติผาแต้มประมาณ 57 กิโลเมตร &nbsp;สามารถกางเต็นท์พักแรมได้มีลานกางเต็นท์ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว สิ่งที่ต้องเตรียมไปคือ อาหาร น้ำดื่ม และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามข้อห้ามและระเบียบต่างๆที่ทางอุทยานได้กำหนดไว้ &nbsp;</h3>

<h3><strong>*หมายเหตุ*</strong><strong>&nbsp;</strong>หากต้องการเดินทางขึ้นไปชมผาชะนะได ท่านควรเตรียมอาหารขึ้นไปด้วยเพราะบนผาชะนะไดไม่มีร้านสวัสดิการให้แก่นักท่องเที่ยว ไม่มีไฟฟ้า แต่มีสัญญาณโทรศัพท์ของเครือข่าย ทรูมูฟเอส วันทูคอล ดีแทค หากท่านเดินทางโดยรถยนต์ขึ้นไปต้องเป็นรถยนต์ที่ไม่สูง รถที่ห้ามใช้เดินทางขึ้นไปคือ รถเก๋ง รถทัวส์ รถตู้ โดยระยะทางจากถนนหลักขึ้นไป 13 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที (รถยนต์)</h3>

<p><strong>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม</strong></p>

<h3><strong>อุทยานแห่งชาติผาแต้ม</strong><br />
โทรศัพท์ : 0 4525 2581<br />
โทรสาร :&nbsp;0 4525 2582<br />
อีเมล : phataem_np@hotmail.com</h3>
]]></description>
<enclosure url='https://ubonratchathani.prd.go.th/th/file/get/file/2023111307248851f655be6f230a689776cc3454160342.jpg' type='image/jpg' length='526057' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชมแสง อีเกิ้ง (แสงจันทร์) แสงแรกก่อนใครในสยาม]]></title>
<link>https://ubonratchathani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/166/iid/231965</link>
<guid isPermaLink="false">a78a8768878698e5ab6a4d66d52d2095</guid>
<pubDate>Mon, 13 Nov 2023 14:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://ubonratchathani.prd.go.th/cms/s175/u196/แสงอิเกิ้ง_แก้ไข_1.jpg" style="width: 50%; height: 50%;" /></p>

<p>ชมแสง อีเกิ้ง (แสงจันทร์) แสงแรกก่อนใครในสยาม ที่ จุดกางเต้นท์ ผาชะนะได อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ทามกลางบรรยากาศของสายลมที่เย็นสบาย เหมาะสำหรับการนอนชมแสง อีเกิ้ง แสงแรงยิ่งนัก</p>

<p>ผาชะนะไดตั้งอยู่ในพื้นที่ของป่าดงทานามภายในอุทยานแห่งชาติผาแต้มซึ่งมีความหลากหลายทางธรรมชาติ ผาชะนะไดมีลักษณะเป็นลานหินกว้างและมีหน้าผาที่สูงชันซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 450 เมตร จากบริเวณนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพของแม่น้ำโขงและสภาพภูมิประเทศของฝั่งไทยและฝั่งลาว เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งนับเป็นแสงแรกของวัน เพราะเป็นพื้นที่ที่กรมอุตุนิยมวิทยาใช้คำนวณเวลาพระอาทิตย์ขึ้นของประเทศไทย นอกจากนี้ในช่วงเดือนตุลาคมถึงมกราคมจะเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดเพราะจะมีทะเลหมอกที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย</p>

<p><b>การเตรียมตัวในการเดินทาง</b></p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>- การเดินทางต้องใช้รถสูง และควรเป็นรถโฟวิลขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะเป็นเส้นทางขึ้นเขา หากฝนตกถนนจะลื่น และอาจติดหล่มได้</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>- ห้ามรถบัส รถทัวร์ และรถที่มีขนาดล้อตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปผ่านขึ้นโซนพื้นที่ของผาชะนะได</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>- ผาชะนะไดตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติผาแต้มประมาณ 57 กิโลเมตร สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ มีลานกางเต็นท์ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>- หากต้องการมากางเต็นท์ สิ่งที่ต้องเตรียมไปได้แก่ อาหาร และน้ำดื่ม เพราะบนผาชะนะไดไม่มีร้านค้าสวัสดิการ ไม่มีไฟฟ้า และไม่มีบ้านพัก มีเพียงห้องน้ำและห้องอาบน้ำแยกชายหญิง และสัญญาณโทรศัพท์เท่านั้น นอกจากนี้ต้องปฏิบัติตามข้อห้ามและระเบียบต่างๆ ของอุทยานดังนี้</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>1. ห้ามให้อาหารสัตว์ป่า</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>2. ห้ามนำภาชนะที่ทำด้วยโฟมและพลาสติกเข้ามาในอุทยาน</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>3. ห้ามเก็บพันธุ์ไม้และดอกไม้</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>4. ห้ามขีดเขียน</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>5. ห้ามล่าสัตว์ป่า</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>6. ห้ามก่อกองไฟ</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>7. ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกฮอล์เข้ามา</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>8. ห้ามส่งเสียงดัง</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>9. ห้ามนำสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ต่างถิ่นเข้ามา</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>10. ห้ามพกอาวุธเข้ามา</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>11. ห้ามเดินออกนอกเส้นทาง</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>12. ห้ามทิ้งขยะ</p>

<p><b>อัตราค่าเข้าชม</b><b></b></p>

<p>**ค่าเข้าชมอุทยาน</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท</p>

<p>**ค่านำยานพาหนะเข้าอุทยาน</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>รถจักรยาน : ไม่เสียค่าบริการ</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>รถจักรยานยนต์ : 20 บาท</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>รถยนต์ 4 ล้อ : 30 บาท</p>

<p>**ค่าบริการลานกางเต็นท์ : 30 บาท/คน</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>ค่าเช่าเต็นท์ : ไม่เกิน 300 บาท/หลัง (เต็นท์มีจำนวนจำกัด)</p>

<p><b>เวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว</b></p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>ตลอดทั้งปี แต่ถ้าต้องการชมทะเลหมอกควรมาในช่วงเดือนตุลาคมถึงมกราคม</p>

<p><b>สถานที่ตั้ง</b>&nbsp;: จังหวัดอุบลราชธานี ประเทศไทย</p>

<p><b>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โทรศัพท์</b>&nbsp;: (+66) 4525 2581</p>

<p><b>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เว็บไซต์</b>&nbsp;:&nbsp;<a href="http://portal.dnp.go.th/Content/nationalpark?contentId=3795">http://portal.dnp.go.th/Content/nationalpark?contentId=3795</a>&nbsp;&nbsp;</p>

<p><b>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้</b>&nbsp;:&nbsp;พยากรณ์อากาศ&nbsp;<a href="https://www.accuweather.com/en/th/mueang-ubon-ratchathani/321409/weather-forecast/321409">https://www.accuweather.com</a>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ubonratchathani.prd.go.th/th/file/get/file/2023111320ee44021e9a1b97804365fb419188da142938.jpg' type='image/jpg' length='764890' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สวนสัตว์อุบลราชธานี]]></title>
<link>https://ubonratchathani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/166/iid/231963</link>
<guid isPermaLink="false">0833c62e56f7a9adad706ee44d5d76f8</guid>
<pubDate>Mon, 13 Nov 2023 13:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-v-19f09fe8="" data-v-229087d8="" style="text-align: center;"><img alt="" src="https://ubonratchathani.prd.go.th/cms/s175/u196/13_zoo.jpg" style="width: 50%; height: 50%;" /></p>

<p data-v-19f09fe8="" data-v-229087d8="">ตั้งอยู่ในตำบลขามใหญ่ ชื่อเดิมคือ<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99">อุทยาน</a>สัตว์ป่า<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5">อุบลราชธานี</a>&nbsp;ภาย<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89">ใต้</a>การกำกับดูแลขององค์การ<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99">สวน</a>สัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงฟ้าห่วน มีการวางรูปแบบของ<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C">สวนสัตว์</a>แห่งนี้ให้เป็น Jungle Park คือ การนำสวนสัตว์เข้ามาผสมผสานกับความสมบูรณ์ของป่าไม้ภายในพื้นที่ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์วิจัยและขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายากและการฟื้นฟูระบบนิเวศ</p>

<p data-v-19f09fe8="" data-v-229087d8=""><a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99">สวน</a>สัตว์เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ต่อมาในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่อว่า &ldquo;<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C">สวนสัตว์</a><a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5">อุบลราชธานี</a>&rdquo; ประเภทของสัตว์ที่นำมาจัดแสดง ได้แก่ สัตว์ตระกูลกวางพันธุ์ไทย เช่น กวางป่า เก้ง ละอง-ละมั่ง และสัตว์ตระกูลกวางพันธุ์ต่างประเทศ เช่น แบล็กบั๊ก เนื้อทราย กวางซิกา บาราซิงก์ และได้นำสัตว์ชนิดอื่น ๆ เข้ามาจัดแสดงตามสภาพผืนป่าภายในสวนสัตว์ ได้แก่ สัตว์กลุ่มนักล่า คือ เสือโคร่ง เสือขาว สิงโตขาว สิงโตแอฟริกา กลุ่มสัตว์ทุ่งแอฟริกา คือ ยีราฟ ม้าลาย นกกระจอกเทศ ไนอาลา และอีแลนด์ กลุ่มสัตว์ขนาดเล็ก คือ จิงโจ้แดง เมียร์แคต หมีขอ จระเข้ไคแมน สวนสัตว์อุบลราชธานี ไม่เพียงให้บริการชมสัตว์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังให้บริการความรู้ด้านอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ กิจกรรมโครงการแผนงานนำนักเรียนเข้าเรียนรู้ในสวนสัตว์ ที่เปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้ภายในสวนสัตว์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทกิจกรรมคือ กิจกรรมประเภทไป &ndash; กลับ 1 วัน และ กิจกรรมประเภทค่ายพักแรม 2 วัน 1 คืน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายการศึกษา 084 831 9311 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 16.30 น. ยังมีอาคารสถานที่ศูนย์สัมมนาดงฟ้าห่วน ที่เปิดต้อนรับหน่วยงานต่างๆ เข้ามาใช้บริการสำหรับประชุม อบรม สัมมนา หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ อีกด้วยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายรายได้ธุรกิจและสารสนเทศ 093 320 9369 ได้ทุกวัน โครงการ อพ.สธ. สวนสัตว์อุบลราชธานี องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อสส.) ได้สนองพระราชดำริฯ ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ในปีงบประมาณ 2556 ได้นำพื้นที่<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99">อุทยาน</a>สัตว์ป่าอุบลราชธานี (สวนสัตว์อุบลราชธานี) ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เนื้อที่ 1,217 ไร่ เข้าร่วมสนองพระราชดำริ อพ.สธ. โดยเริ่มโครงการสำรวจทรัพยาการกายภาพและชีวภาพในพื้นที่ เป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. โดยการสำรวจในพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช อพ.สธ. - อสส. สวนสัตว์อุบลราชธานี เนื้อที่ 120 ไร่ และพื้นที่สำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืชอพ.สธ. - อสส. สวนสัตว์อุบลราชธานี โดยเริ่มการสำรวจทรัพยากรกายภาพและชีวภาพในพื้นที่ พื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช แบ่งเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็น 3 เส้นทางประกอบด้วย เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ 1 ระยะทาง 318 เมตร เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ 2 ระยะทาง 740 เมตร เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ 3 ระยะทาง 1,464 เมตร วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สวนสัตว์อุบลราชธานี ให้ความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อเป็นแหล่งปกปักพันธุกรรมพืช และฐานข้อมูลของพันธุกรรมพืชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 3. เป็นแหล่งศึกษาสภาพนิเวศวิทยาที่เป็นลักษณะเฉพาะของป่าตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง สามารถใช้ข้อมูลในการศึกษาในการวางแผนจัดการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช รวมตลอดทั้งกิจกรรมในการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชได้ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต 4. เพื่อเป็นการสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานตามเป้าหมายหลัก 4 ประการขององค์การสวนสัตว์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสวนสัตว์อุบลราชธานี คือ การอนุรักษ์สัตว์ป่า การศึกษาวิจัยทางด้านสัตว์ป่า การให้การศึกษา และการเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่มีคุณค่าแก่ประเทศชาติและประชาชน - ค่าธรรมเนียมเข้า บัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 20 บาท นักศึกษา/ข้าราชการ (ใส่เครื่องแบบเท่านั้น) 50 บาท ภิกษุ/สามเณร ผู้สูงอายุ ฟรี ค่าบริการรถรางชมสัตว์ ผู้ใหญ่ 25 บาท เด็ก 10 บาท รถกอล์ฟ 300 บาท/1.30 ชม. จักรยาน 45 บาท/1.30 ชม. ปิดจำหน่ายตั๋วรถกอล์ฟและจักรยาน เวลา 16.00 น. ปิดจำหน่ายตั๋วรถพ่วง เวลา 16.15 น. ติดต่อทัศนศึกษา 084-8319311 (ฝ่ายการศึกษา) - เวลาทำการ เปิดจำหน่ายบัตรผ่านประตูเวลา 08.30 น. ปิดจำหน่ายบัตร เวลา 16.00 น. เที่ยวชมสวนสัตว์ได้ถึงเวลา 18.00 น.</p>

<ul>
	<li>
	<p>เครื่องอำนวยความสะดวก</p>
	</li>
	<li>
	<p>การชำระเงิน</p>
	</li>
</ul>

<p data-v-db8141c0="">ข้อมูลติดต่อ</p>

<ul data-v-db8141c0="">
	<li data-v-db8141c0="">เว็บไซต์ :<a data-v-db8141c0="" href="https://www.ubon.zoothailand.org/" target="_blank">go to website</a></li>
	<li data-v-db8141c0="">เบอร์โทร :<a data-v-db8141c0="" href="tel:+66  4525 2761">+66 4525 2761</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://ubonratchathani.prd.go.th/th/file/get/file/202311134e36f6211d9cfb3fa99ada73fbed88df142613.jpg' type='image/jpg' length='1250903' />
</item>
</channel>
</rss>
