วันนี้เวลา (11 ก.ค.65) เวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายจรัญธาดา กรรณสูตร องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ไปถวายแด่ พระราชวัชรสิริมงคล หรือ สมณศักดิ์เดิม คือ พระสี สิริญาโณ ณ ศาลาเอนกประสงค์ วัดป่าศรีมงคล อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
สำหรับประวัติ พระราชวัชรสิริมงคล หรือ สมณศักดิ์เดิม คือ พระสี สิริญาโณ ที่ชาวบ้านเรียนว่า หลวงปู่สี สิริญาโณวัย 89 ปี 77 พรรษา อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดป่าบ้านเปือย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2488 หลวงปู่สีได้มีโอกาสมาพบกับ พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) การพบกันครั้งนั้นนับได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต เนื่องจากได้มีโอกาสเรียนรู้ธรรมและการปฏิบัติกรรมฐานที่ถูกต้องจากหลวงพ่อชาโดยตรง จนกระทั่งหลวงพ่อชาได้มอบหมายให้หลวงปู่สีไปดูแลวัดสาขาของวัดหนองป่าพง ซึ่งก็คือวัดป่าศรีมงคล หลวงปู่สี สิริญาโณ ประธานสงฆ์วัดป่าศรีมงคล (วัดป่าบ้านเปือย) อ. สำโรง จ. อุบลราชธานี ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง ก่อนที่ท่านจะได้เข้ามาขอฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อศึกษาพระธรรมกับหลวงพ่อชานั้น หลวงปู่สีท่านได้เคยร่ำเรียนวิชชาการวิทยาคมต่าง ๆ มาแล้วหลายสายหลายด้าน เรียกได้ว่าก่อนหน้าที่ท่านจะได้พบกับหลวงพ่อชานั้น ท่านได้ศึกษาวิชชาอาคมมามากมายหลายศาสตร์แขนง แม้แต่การใช้พระคาถาปัดเป่ารักษาคนป่วยไข้ให้หายจากอาการป่วย ท่านก็ได้ร่ำเรียนมาจนแตกฉาน กระทั่งท่านได้มีบุญโอกาสมาเจอกับหลวงพ่อชา ใน ปี พ.ศ. 2512 ท่านถึงได้ตัดสินใจเป็นมั่นคงหนักแน่นที่จะละทิ้งในวิชาอาคมต่างๆ ที่เรียนมาทั้งหมด เพื่อที่จะนำตัวของท่านเข้าสู่การปฏิบัติธรรม เจริญความเพียรทางด้านวิปัสสนาให้ถ่องแท้แตกฉาน จากวันนั้นเป็นต้นมาท่านจึงได้อยู่ปฏิบัติกับหลวงพ่อชา จวบจนกระทั่งจนมาถึงวันหนึ่ง หลวงพ่อชา ผู้เป็นพระอาจารย์ได้มีดำริสั่งการ ให้ตัวท่านนั้นได้เดินทางไปดูแลวัดป่าในสาขาของวัดหนองป่าพง สาขาที่ 13 ณ วัดป่าศรีมงคล (วัดป่าบ้านเปือย ) (วัดป่าบ้านเปือย) ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2565)
ต่อจากนั้น เวลา 14.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นายจรัญธาดา กรรณสูตร องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ไปถวายที่หน้าหีบศพพระราชพิพัฒน์วัชโรดม หรือ พระครูพัฒนกิจวิศาล (หลวงปู่คำ นิสฺโสโก) ณ ศาลาการเปรียญ วัดไทยพัฒนา อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี สำหรับ ชาติภูมิ พระราชพิพัฒน์วัชโรดม หรือ พระครูพัฒนกิจวิศาล (หลวงปู่คำ นิสฺโสโก) เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2484 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำเดือน 3 ปีมะเส็ง โดยเป็นบุตรของ นายพั่ว และ นางดา สิงห์คง กำเนิด ณ บ้านก่อ ตำบลธาตุ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 7 คน คือ 1.พระทองลา (บวชได้ 3 พรรษา และได้มรณภาพแล้ว)2.นายถา สิงห์คง (อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านก่อ ถึงแก่กรรมแล้ว)3.นายเข็ม สิงห์คง4.นางทองสุข ก้อนคำดี (ถึงแก่กรรมแล้ว)5.นางหนูพุก สุวรรณ 6.นายสอน สิงห์คง 7.พระครูพัฒนกิจวิศาล หรือ หลวงพ่อคำ นิสฺโสโก (ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าไทยพัฒนา) วัยเด็ก พระราชพิพัฒน์วัชโรดม ได้เข้าเรียนขั้นประถมศึกษาที่ โรงเรียนบ้านก่อวิทยาคาร ตำบลธาตุ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เรียนจบขั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรภาคบังคับของโรงเรียนในสมัยนั้น เมื่อจบขั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แล้วอยากจะไปเรียนศึกษาต่อชั้นมัธยม แต่โยมมารดามิได้ส่งเสริมอ่างว่าไม่มีทุนการศึกษาบ้าง ไม่มีผู้ช่วยทำงานเลี้ยงสัตว์บ้าง ท่านจึงออกมาช่วยมารดา และพี่ๆ ทำงานประกอบอาชีพการทำนาเป็นอาชีพหลัก นอกจากนั้นก็เป็นการทำสวน ทำไร่เป็นอาชีพเสริม ซึ่งได้ทำกันหลังฤดูทำนาเสร็จ
ส่วนอดีต พระราชพิพัฒน์วัชโรดม เคยเล่าว่า บิดาของท่านเสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังไร้เดียงสา คืออายุประมาน 1 ขวบ ท่านไม่เคยรู้เลยว่าบิดาของท่านหน้าตาเป็นอย่างไร ส่วนมารดาก็ได้เสียชีวิตจากไปเมื่อหลวงพ่ออายุย่างเข้า 20 เป็นอันว่าหลวงพ่อได้แค่เห็นแต่หน้ามารดาได้อยู่ร่วมกันเกือบ 20 ปี พอมารดาจากไปได้ 1 ปี ว่าจะบวชแทนคุณแต่ไม่ได้บวช มาในปีที่ 3 ท่านก็ได้เข้ามาบรรพชาอุปสมบทเพื่อตอบแทนคุณบิดามารดาอันเป็นประเพณีที่ดีงามของชาวพุทธเราตามที่โบราณจารท่านได้เล่าสืบกันมาว่าเมื่อลูกชายไดบวชแล้ว บิดามารดาก็พลอยได้รับบุญกุศลเพิ่มเติมอีกด้วยหากแม้นว่าบิดามารดาได้เสียชีวิตจากโลกนี้ไปก็จะอาศัยบุญกุศลที่พระลูกชายบวชอุทิศให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติ ปัจจุบัน พระราชพิพัฒน์วัชโรดม หรือ พระครูพัฒนกิจวิศาล (หลวงปู่คำ นิสโสโก) วัดป่าไทยพัฒนา อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี หลวงปู่จะมีอายุครบ 80 ปี 59 พรรษา (พ.ศ.2564) และ พระราชพิพัฒน์วัชโรดม ได้มรณภาพลง ด้วยอาการโรคปอดติดเชื้อ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 ซึ่งตั้งศพไว้รอพระราชทานเพลิงในระยะต่อไป
ต่อมา เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจรัลธารา กรรณสูตร องคมนตรี เชิญสัญญาบัตรพัดยศ และผ้าไตร ไปถวายแด่ พระราชมงคลวชิรากร พระราชวชิรวาที และพระวชิรกิจโกศล ณ วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์ 2 รูป ดังนี้ พระครูมงคลสุธรรมากร วัดป่านาเกษม อำเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับพระราชทานสมศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็น พระราชมงคลวชิรากร พระครูสารกิจโกศล วัดมหาวนาราม พระอามรามหลวง จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับพระราชทานสมศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ เป็น พระวชิรกิจโกศล
สำนกงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานีภาพ/ข่าว