วันที่ 19 กันยายน 2565 พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนศรีแสงธรรมให้ความอนุเคราะห์และสนับสนุนต่อคณะจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท นำโดย นายอนุสรณ์ นาคาศัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท นายสุภัตร์ศักดิ์ โค้วคาศัย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท นายนาวิน พยัคมาก ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท นายอภิชาติ อดิสรณกุล ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ตลอดจนคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ข้าราชการ พนักงานจ้าง และบุคลากรด้านการท่องเที่ยวสวนนกชัยนาท ที่ได้เดินทางมาศึกษาดูงาน พร้อมเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ "โคก หนอง นา โมเดล" วัดป่าศรีแสงธรรม บ้านดงดิบ ตำบลห้วยยาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี หรือที่เรียกขานกันว่า "โคกอีโด่ยวัลเลย์"
ในโอกาสนี้ พระปัญญาวชิรโมลี ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยถึงการพัฒนาพื้นที่ภายในวัดป่าศรีแสงธรรม และแปลง "โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง" หรือ "โคกอีโด่ยวัลเล่ย์ ต่อคณะศึกษาดูงานจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ถึงการวางแผนร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อพัฒนาโคกอีโด่ยวัลเล่ย์ ให้เป็นแหล่งวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงาน และการเกษตร ซึ่งมีนวัตกรรมสำคัญที่ต้องทดลอง เช่น 1)โกโก้เกษตรเพอร์มาร์คัลเจอร์แบบใช้ถ่านไปทั่วบริเวณแปลงพุทธอารยเกษตร 2)โพนผักหวานป่า ในแปลงพุทธอารยเกษตรที่เตรียมใช้นวัตกรรมการปลูกป่าแบบเพอร์มาร์คัลเจอร์ผสมผสานไปกับป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และ 3)การปลูกอโวคาโดแบรนด์ "โคกอีโด่ย" ซึ่งในทุกแปลงทดลองจะมีกระเจียวหวานกับ ปทุมมา เสริมตามโพนรอบต้นผักหวานป่า และให้น้ำทีเดียวได้ทั้งป่า มีไผ่เป็นแนวกันลม กับไม้ยืนต้นราดเชื้อเห็ดเป็นโครงการปลูกเห็ดเจ็ดชั่วโคตร
ในส่วนของการสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จากชุดพญาแล้งลงหนอง มีธนาคารน้ำใต้ดินเสริมความชื้นใต้ดิน และกักน้ำไว้ใช้นอกฤดูร่วมกับ หนอง คลองไส้ไก่ กับหลุมขนมครก ระบบให้น้ำจากรากไม่รดน้ำที่โคนต้นไม้เหมือนในอดีต เพราะน้ำไหลนี และระเหยไปก่อนจะซึมถึงราก ถ้าเราจ่ายตรงให้รากไม้เลยจะตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง ลดการสูญเสียไปได้อีก
อีกประการที่น่าสนใจคือ Smart Intensive Farming ในแปลงพระราชทานโคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร วัดป่าศรีแสงธรรม เป็นโครงการใหญ่ในพื้นที่ร้อยกว่าไร่ เพื่อทำการทดลองวิจัยสัมมาชีพให้กับชุมชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือน ภาระหนี้สินนับวันจะสูงขึ้นนับเป็นความทุกข์อย่างหนึ่ง “การกู้หนี้เป็นทุกข์ในโลก” การนำทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร ให้มีรายได้ในแต่ละวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายสามเดือน หกเดือน รายปี ห้าปี สิบปี ซึ่งต้องใช้สรรพกำลังภาคีเครือข่ายช่วยกัน
คำว่า พุทธอารยเกษตร มีที่มาจากคำเดิมที่ว่า “พุทธเกษตร” ซึ่งเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ได้ริเริ่มที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีกำลังสำคัญ คือ ท่านเจ้าคุณพระพิพัฒน์วชิโรภาส (เจ้าคุณสุขุม) ผู้อำนวยการศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ป่งดงใหญ่ วังอ้อ ต.หัวดอน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการน้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งหลายทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาขับเคลื่อน กระทั่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เมตตาร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน ในการต่อยอด โดยนำทฤษฎีใหม่มาประยุกต์สู่พื้นที่ โคก หนอง นา เช่น ทฤษฎีใหม่ คือ ขุดสระน้ำเป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ คือ กว้าง x ยาว x ลึก ในเชิงที่มีความชันลึก จึงประยุกต์ทำเป็นคลองไส้ไก่คดเคี้ยวเลี้ยวลด ความลึกชันลดหลั่นคล้ายคลองธรรมชาติ เพื่อให้ธรรมชาติช่วยเหลือเกื้อกูลให้สรรพสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลกมีความสุข เพราะวิทยาศาสตร์กับธรรมะเป็นเรื่องเดียวกันคือความจริงที่แน่แท้ไม่มีแปรเปลี่ยน ตามหลักความจริงของธรรมชาติหรือหลักวิทยาศาสตร์ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงค้นพบ “น้ำคือชีวิต” จึงพระราชทานเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยทรงเริ่มต้นทดลองครั้งแรกที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ที่พวกเรารู้จักกันว่าจัดสรรที่ดินเป็น 30-30-30-10 โดย 30 ส่วนแรกคือการขุดสระกักเก็บน้ำเพื่อให้พอใช้ในพื้นที่ 30 ส่วนถัดมา คือ ใช้ทำการเกษตร อีก 30 ส่วนใช้เลี้ยงสัตว์ ใช้ปลูกไม้ยืนต้น และอีก 10 ส่วน คือ เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ ถนนหนทาง และโรงเรือนอื่น ๆ รวมถึงทฤษฎีเรื่องของการห่มดินหรือเลี้ยงดินเพื่อให้ดินเลี้ยงพืช ทฤษฎีใหม่เรื่องของหลุมขนมครก เรื่องของป่า 5 ระดับ หรือป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เรื่องอธรรมปราบอธรรม คือ การนำเอาสิ่งที่เราไม่ปรารถนา ไม่ชอบ ใช้ประโยชน์ไม่ได้ และเป็นโทษ มาบริหารจัดการเพื่อให้สิ่งที่เป็นโทษอยู่กลายเป็นคุณ คือ เรื่องของน้ำเน่าน้ำเสีย โดยใช้ผักตบชวาให้มาช่วยในการดูดสารสารอนินทรีย์ ที่เป็นศาลแขวนลอย ทำให้น้ำเน่าเสีย เพื่อลดสาเหตุของการทำให้น้ำเน่าเสีย และทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น โดยทรงพระราชทานแนวทางให้ทดลองทำเป็นตัวอย่างที่แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี และบึงมักกะสัน กรุงเทพมหานคร รวมถึงเรื่องของการที่จะทำให้พวกเรามีความสุขอีกมากมายหลายทฤษฎี อันเป็นเรื่องที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ เหมือนดั่งพระพุทธเจ้าทรงค้นพบสัจธรรมเกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมนุษย์ก็เกิดอยู่แล้วนั่นเอง
ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ กำลังระดมทุนบริจาคเพื่อจ่ายค่าที่ดิน และจะเป็นงบพัฒนาพื้นที่ตามข้อสั่งการของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชฐ โสวิทยสกุล ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย รองศาสตราจารย์วรวรรณ โรจนไพบูลย์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นกำลังสำคัญในการออกแบบและดูแล ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังรับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาพื้นที่โคกอีโด่ยแห่งนี้ ให้เป็นศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ พุทธอารยเกษตร เพื่อให้เกิดความมั่นคง และยั่งยืนต่อไป
ขอขอบคุณผู้ที่ร่วมบริจาคเพื่อซื้อที่ดินและสนับสนุนโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG) รวมถึงขอบคุณคณะศึกษาดูงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท เจ้าหน้าที่ และผู้นำท้องถิ่นทุกท่าน ที่มาศึกษาดูงานวัดป่าศรีแสงธรรม ที่มีการวิจัยและนวัตกรรมทางพลังงาน และการเกษตรในแบบที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน โดยเฉพาะการขยายผลให้เป็นพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ที่นำหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน
ในช่วงท้าย คณะศึกษาดูงานจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ยังได้ชื่นชมยินดี และแสดงการขอบคุณไปยัง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชฐ โสวิทยสกุล ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย รองศาสตราจารย์วรวรรณ โรจนไพบูลย์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กรมการพัฒนาชุมชน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้สนับสนุนส่งเสริมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล" ให้เป็นรากฐานในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ยั่งยืน ส่งผลให้จังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้นแบบในการบูรณาการ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชน ก่อนสานข่ายขยายผลไปสู่พื้นที่อื่น รวมถึงจังหวัดชัยนาท ต่อไปด้วย