วันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ นายวิรุจ วิชัยบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ลงพื้นที่เยี่ยมชมและให้กำลังใจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้า ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองบ่อ ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมมอบแนวทางการดำเนินงานและรับฟังข้อมูลการดำเนินงานของกลุ่มฯ โดยมี ดร.อนุรักษ์ ประทุมชาติ พัฒนาการอำเภอสิรินธร นางมลิวัลย์ ปูคะธรรม พัฒนาการอำเภอเขมราฐ นักวิชาการพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้แทนหน่วยงาน ตลอดจนสมาชิกกลุ่มฯ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับ พร้อมจัดแสดงนิทรรศและให้ข้อมูลในการดำเนินงานฯ
หัตถกรรมทอผ้าบ้านหนองบ่อ จังหวัดอุบลราชธานี แหล่งทอผ้าไหมพื้นบ้านลวดลายประสาทผึ้ง และผ้าซิ่นหัวจกดาว ซึ่งเป็นลายเอกลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ผ่านการจดลิขสิทธิ์แล้ว เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาการทอผ้าที่ถูกถ่ายทอดจากบรรพบุรุษอย่างยาวนาน จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2544 มีผลิตภัณฑ์เด่นคือ ผ้าไหม และผ้าด้าย โดยกลุ่มทอผ้าได้มีการสืบทอดภูมิปัญญาสู่เยาวชนและสตรีในหมู่บ้าน เพื่อให้มีรายได้เสริมนอกจากฤดูทำนา ซึ่งกลุ่มได้มีการพัฒนาฝีมือในการผลิตผลิตภัณฑ์ขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันเป็นที่รู้จักของลูกค้าโดยทั่วไป โดยได้รับองค์ความรู้เรื่องการทอผ้าไหมของบ้านหนองบ่อนี้ มีการการจัดกิจกรรมเพื่อสืบสาน อนุรักษ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเยาวชนด้วย โดยจัดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนบ้านหนองบ่อ มีการปลูกหม่อน มีโรงเรือนเลี้ยงไหม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ อุบลราชธานี และงบประมาณในการดำเนินงานจากโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ด้วย
กิจกรรมในวันนี้ จึงถือเป็นการขานรับแนวนโยบายของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ที่ได้ร่วมจัดทำโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” ซึ่งคณะรัฐมนตรี นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังมีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 นโยบายดังกล่าวได้สร้างกระแสการใส่ผ้าไทยในทุกจังหวัดทั่วประเทศให้คึกคักมากขึ้น มีการประกวดผ้าทอของแต่ละจังหวัด มอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้กับผู้สืบทอดภูมิปัญญาผ้าไทย รวมทั้งจัดแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทยที่นำมาตัดเย็บให้เข้ากับยุคสมัยให้ผ้าไทยใส่แล้วเก๋ในชีวิตประจำวัน ทำให้ได้รับความสนใจจากข้าราชการ ประชาชน และเยาวชนคนรุ่นใหม่
ถือเป็นพระบารมีปกเกล้าฯ ที่ทรงรื้อฟื้นผ้าไทยให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง พระปรีชาญาณในการอนุรักษ์ผ้าไทย พัสตราภรณ์อันงดงามที่คงอยู่คู่แผ่นดินต่อไป