(7 ส.ค.66) เวลา 17.45 น. นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เทียนอุบล ยลได้ตลอดเดือน” ประจำปี 2566 โดยมีนายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นางทรงลักษณ์ วรภัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายกำพล สิริรัตตนนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นางบดินทร์ เกษมศานติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกิจกรรมเปิดงาน ณ ณ วัดพระธาตุหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี นำต้นเทียน ทั้งประเภทแกะสลัก ประเภทติดพิมพ์ และประเภทเทียนโบราณ จำนวน 7 ต้น มาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมอีกรอบ ประกอบด้วย ต้นเทียนประเภทแกะสลักจาก วัดพระธาตุหนองบัว วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดปทุมมาลัย ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์จากวัดสุทัศนาราม วัดสารพัฒนึก วัดใต้ท่า และต้นเทียนประเภทเทียนโบราณจากอำเภอกุดข้าวปุ้น โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “เทียนอุบล ยลได้ตลอดเดือน” ประจำปี 2566 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 31 สิงหาคม 2566 ณ วัดพระธาตุหนองบัว ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ชมประกอบด้วย การจัดแสดงต้นเทียนทั้ง 7 ต้นที่สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ช่วงกลางวัน ส่วนช่วงเย็นถึงค่ำเวลาประมาณ 17.00 – 20.00 น. มีการแสดงแสงเสียงประกอบต้นเทียน(ทุกวันเสาร์) การแสดงดนตรีในสวน(ทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์) นอกจากนี้ยังมีซุ้มให้บริการข้อมูลข่าวสารนักท่องเที่ยวพร้อมทั้งมีตลาดแลงที่จำหน่ายอาหารเครื่องดื่มพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ชุมชน(ทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์)
นายธงชัย แสนทวีสุข ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวว่า สำหรับการจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาเที่ยวชมงานและเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว เช่น สถานประกอบการด้านที่พัก ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ตลอดจนผู้ประกอบการด้านขนส่ง มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดอุบลราชธานีและประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การจัดกิจกรรม “เทียนอุบล ยลได้ตลอดเดือน” ประจำปี 2566 ดังกล่าวนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยว รวมทั้งขยายวันพักค้างของนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีได้อีกด้วย