วันที่ 20 มีนาคม 2569 นางสาวอรนุช วรรณภิญโญ พาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย นายเชิดศักดิ์ จันทรารักษ์ หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต 2-4 อุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บูรณาการลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเป็นธรรมทางการค้า ภายใต้มาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด
การลงพื้นที่ครั้งนี้ มุ่งเน้นตรวจสอบทั้งด้านราคา ปริมาณสินค้า และการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยกำชับผู้ประกอบการให้แสดงป้ายราคาสินค้าและค่าบริการให้ชัดเจน ห้ามกักตุนสินค้า ปฏิเสธการจำหน่าย หรือฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ หากไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากกักตุนสินค้าหรือจำหน่ายไม่เป็นธรรม มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภค ภาพรวมสินค้าในพื้นที่ยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ ราคาส่วนใหญ่ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้กำกับดูแลให้ราคาสอดคล้องกับต้นทุน มีเพียงบางรายการที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เช่น ถุงพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน
ด้านราคาผักในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีโดยรวมยังคงทรงตัว ได้แก่ กะหล่ำปลี ราคา 20–25 บาทต่อกิโลกรัม คะน้า 25–30 บาทต่อกิโลกรัม ผักชี 60–70 บาทต่อกิโลกรัม และพริก 60 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตาม ผักบางชนิดมีการปรับราคาสูงขึ้นตามฤดูกาล โดยเฉพาะ “มะนาว” ที่มีราคาสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดลดลงในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน
สถานการณ์สถานีบริการน้ำมัน
จากการตรวจสอบ พบว่าสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ยังเปิดให้บริการตามปกติ โดยมีมาตรการบริหารจัดการปริมาณน้ำมัน ได้แก่
จำกัดการเติมน้ำมันรถยนต์ขนาดเล็กไม่เกิน 500 บาท และรถขนาดใหญ่ไม่เกิน 1,000 บาท
งดจำหน่ายน้ำมันใส่ภาชนะหรือแกลลอน
ผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่า น้ำมันเบนซิน 91 และ 95 ยังมีเพียงพอ ขณะที่น้ำมันดีเซลบางช่วงอาจหมดชั่วคราว เนื่องจากความต้องการเพิ่มขึ้น แต่จะมีการจัดส่งเติมตามรอบในช่วงเย็นหรือวันถัดไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน
ทั้งนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี ได้ประชาสัมพันธ์และกำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลค่าครองชีพของประชาชน หากพบการกระทำผิด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569