กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผนึกกรมอนามัยและภาคีเครือข่าย ยกระดับคัดกรองความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมด้วย Biomarker สร้างต้นแบบดูแลผู้สูงอายุเชิงรุก

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น.ณ โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดอุบลราชธานี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ชี้แจงแนวทางการตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมด้วยนวัตกรรม Biomarker” ภายใต้โครงการยกระดับการตรวจคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุตอนต้นที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมในเขตสุขภาพที่ 10

โอกาสนี้ ร้อยตรีสรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข บุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะภาวะสมองเสื่อม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพบความชุกของโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุอยู่ระหว่างร้อยละ 8-24 การค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และชะลอการดำเนินของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ มาสนับสนุนการพัฒนาระบบคัดกรองความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม โดยประยุกต์ใช้ Biomarker เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมินความเสี่ยง ควบคู่กับการใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ตามแนวคิด “การแพทย์แม่นยำ” (Precision Medicine)

ขณะที่กรมอนามัยมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ผ่านการพัฒนาแนวทางดูแลสุขภาพสมอง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี โดยมีเครือข่าย อสม. เป็นกำลังสำคัญในการเข้าถึงผู้สูงอายุ คัดกรองกลุ่มเสี่ยง ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ติดตามดูแล และเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของการป้องกันภาวะสมองเสื่อมไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานวิชาการ บุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม. ครอบครัว และชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างระบบดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงได้ และยั่งยืน

ทั้งนี้ การดำเนินงานในเขตสุขภาพที่ 10 จะเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาระบบคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเชิงรุก ซึ่งสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศในอนาคต เพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป.


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar