วันที่ 22 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้การต้อนรับท่านอาลุนไซ สูนนะลาด เลขาคณะบริหารงานพรรคแขวงจำปาสัก กรรมการศูนย์กลางพรรค สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อศึกษาดูงานและร่วมประชุมหารือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างจังหวัดอุบลราชธานีและแขวงจำปาสัก ณ ห้องประชุมพรหมวรราช ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยมี ร้อยตรีสรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ
ในการหารือ ท่านอาลุนไซ สูนนะลาด ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างแขวงจำปาสักกับจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีประเด็นสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ ด้านความปลอดภัยตามแนวชายแดนและการค้าชายแดน ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีการดำเนินงานและประสานความร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้มีการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการเดินทางบริเวณชายแดนเพิ่มมากขึ้น เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองพื้นที่
อีกประเด็นสำคัญ คือ ด้านการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานีและแขวงจำปาสัก เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ ภายใต้แนวคิด “Ubon – Champasak Open Co-Page Tourism 2026 สองแผ่นดิน หนึ่งเส้นทาง” ซึ่งเป็นแนวทางในการเชื่อมโยงเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดอุบลราชธานีกับแขวงจำปาสัก
ด้านนายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า จังหวัดอุบลราชธานีมีความยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือกับแขวงจำปาสักในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการค้าและการท่องเที่ยว รวมถึงการส่งเสริมให้มีการนำสินค้าจากจังหวัดอุบลราชธานีไปจำหน่ายใน สปป.ลาว และนำสินค้าจาก สปป.ลาว มาจำหน่ายในจังหวัดอุบลราชธานี ในโอกาสและเทศกาลต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางการค้าและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการของทั้งสองพื้นที่
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี ประสานและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างจังหวัดอุบลราชธานีและแขวงจำปาสักให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ตลอดจนสนับสนุนการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง