วันพุธที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 08.00 น. ที่ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ ร้อยตรี สรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำชับให้บูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยมีข้อสั่งการสำคัญ ดังนี้
1. เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย
ให้ติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดราชบุรีและสมุทรสงคราม รวมทั้งติดตามสถานการณ์การระบายน้ำจากเขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรี ประสานข้อมูลเพื่อประเมินปริมาณน้ำและช่วงเวลาที่มวลน้ำจะเดินทางถึงพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมแม่น้ำ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ทราบล่วงหน้า
2. เตรียมกำลังและเครื่องจักรกล
ให้บูรณาการกำลังทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดเตรียมเครื่องมือ เครื่องจักรกล และยานพาหนะให้พร้อมปฏิบัติงาน ระดมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนหนาแน่น จัดเตรียมรถสุขาเคลื่อนที่และห้องสุขาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เพียงพอ พร้อมวางกำลังในพื้นที่เสี่ยงและสามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากกำลังหรืออุปกรณ์ไม่เพียงพอ ให้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและหน่วยงานในพื้นที่โดยทันที
3. ช่วยเหลือและอพยพประชาชน
ให้ยึดความปลอดภัยและการรักษาชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก เร่งให้ความช่วยเหลือและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ
4. ดูแลศูนย์พักพิงชั่วคราว
ให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมสถานที่พักพิง อาหาร น้ำดื่มสะอาด และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอสำหรับประชาชน หากเกิดภาวะขาดแคลนน้ำดื่ม ให้ประสานการประปาส่วนภูมิภาคโดยเร่งด่วน พร้อมดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในศูนย์พักพิงอย่างทั่วถึง
5. รายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานความคืบหน้าการบริหารจัดการอุทกภัย ผลกระทบ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสั่งการและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
6. สื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะ
ให้ทุกหน่วยงานสื่อสารข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องและเป็นเอกภาพ รายงานสถานการณ์น้ำ สภาพอากาศ และผลกระทบต่อส่วนราชการและประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและป้องกันความสับสนจากข่าวปลอม
7. ดูแลความปลอดภัยด้านไฟฟ้าและน้ำสะอาด
ในพื้นที่ที่เกิดไฟฟ้าดับหรือได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมให้การประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาคเร่งฟื้นฟูระบบประปาและการจ่ายน้ำสะอาดให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
8. ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัย
ให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม หากพบปัญหาหรืออุปสรรคในการดำเนินงาน ให้ประสานกองช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเร่งแก้ไขและให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว
สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ เครื่องจักรกล และสถานที่รองรับประชาชน ตลอดจนบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีและลดผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย