จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเวที “ชุมชนปันฮัก ผู้สูงอายุ” สานพลังชุมชน สู่สุขภาวะอยู่ดีมีสุข พร้อมขยายผลการดูแลผู้สูงอายุทั่วจังหวัด

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมทับทิมสยาม 4 ชั้น 5 โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ อุบลราชธานี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ นายภูษิต น้อยโสภากุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดเวทีสานพลัง “ชุมชนปันฮัก ผู้สูงอายุ” สู่สุขภาวะอยู่ดีมีสุข จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยบริการสุขภาพ สถาบันการศึกษา แกนนำผู้สูงอายุ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมประมาณ 120 คน

นางพรทิพภา สุริยะ กรรมการมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นอีสาน และหัวหน้าโครงการ รายงานผลการดำเนินงานและวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า จังหวัดอุบลราชธานีมีผู้สูงอายุ จำนวน 362,761 คน โดยร้อยละ 92.89 เป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมที่ยังสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญของชุมชน มูลนิธิฯ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนัก 9 ผ่านมูลนิธิวิจัยเพื่อพัฒนามนุษย์และชุมชน มหาวิทยาลัยสยาม ดำเนินโครงการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ – 15 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “ชุมชนปันฮัก”

แนวคิด “ชุมชนปันฮัก” มุ่งยกระดับผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมให้เป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” แทนการเป็นเพียง “ผู้รอรับการดูแลช่วยเหลือ” โดยนำศักยภาพของผู้สูงอายุมาทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางในชุมชน ทั้งนี้ โครงการมีวัตถุประสงค์สำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การศึกษาสถานการณ์สุขภาวะผู้สูงอายุทั้ง 4 มิติ คือ กาย จิต สังคม และปัญญา การสร้างทีมแกนนำและคณะทำงานเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้และการเตรียมช่วงสุดท้ายของชีวิต การพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ อสม. และแกนนำชุมชนให้เป็นต้นแบบสามารถถ่ายทอดความรู้ และการสังเคราะห์บทเรียนเพื่อขยายผล

สำหรับการดำเนินงานนำร่องใน 2 ตำบล รวม 38 ชุมชน ได้แก่ ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ สามารถพัฒนาแกนนำ “ชุมชนปันฮัก” ได้ 102 คน จากเป้าหมาย 80 คน คิดเป็นร้อยละ 127 และจับคู่ดูแลแบบ “คู่บัดดี้” ได้ 86 คู่ จากเป้าหมาย 40 คู่ ครอบคลุมทั้ง 2 ตำบล พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเชิงรุกในกลุ่มผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง และกลุ่มเปราะบางมากกว่า 70 ครั้ง

ผลจากการดำเนินโครงการพบว่า แกนนำมีพฤติกรรมด้านสุขภาวะดีขึ้น โดยเฉพาะด้านจิตใจและสังคม ขณะที่การเห็นคุณค่าในตนเองเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 88.9 จากเดิมร้อยละ 11.36 และเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้สูงอายุหลายรายสามารถเปลี่ยนจาก “ติดบ้าน” มาเป็น “ติดสังคม” นอกจากนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทั้ง 2 ตำบลได้จัดตั้งกลุ่มไลน์ “ชุมชนปันฮัก” เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารกิจกรรมและความเคลื่อนไหวของจิตอาสาและผู้สูงอายุในชุมชน

ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุยังได้นำ “สมุดเบาใจ” มาใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนช่วงบั้นปลายของชีวิต และเกิดนวัตกรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ “ช้างมือบีบ” ของตำบลขามใหญ่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูป และฐานเรียนรู้ภูมิปัญญาข้ามวัยของตำบลเหล่าบก ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูร่างกาย สร้างรายได้เสริม และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้สูงอายุ สะท้อนให้เห็นว่าชุมชนสามารถนำทุนทางสังคมและวัฒนธรรม เชื่อมโยงกับบุญประเพณี ฮีตสิบสอง คองสิบสี่ มาเป็นฐานในการขับเคลื่อนการดูแลกันเองได้อย่างมีคุณค่าและยั่งยืน

การจัดเวทีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานและบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบ 2 ตำบล เชิดชูเกียรติแกนนำและภาคีเครือข่ายที่ร่วมสร้าง “ชุมชนปันฮัก” สู่สุขภาวะอยู่ดีมีสุข ร่วมประกาศเจตนารมณ์ “อุบลราชธานีเมืองปันฮัก ร่วมสร้างสังคมสูงวัยที่มีคุณค่า ปลอดภัย และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รวมทั้งระดมต้นทุนและแนวทางการขยายผลร่วมกับผู้แทน 15 ตำบล 10 อำเภอ และนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายต่อจังหวัด เพื่อพิจารณาขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัดอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar