"โคก หนอง นา พาสุข" พช.พาชม ความสำเร็จของ "มหานครแห่งโคก หนอง นา" ที่ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี สร้างความสุขให้ประชาชน ตามนโยบายรัฐบาล

วันที่ 1 มีนาคม 2565 เวลา 14.30 น. นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ นายพิสดาร ประดา พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย นางสาววิจิตร หลงชิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน และนักวิชาการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและชื่นชมความสำเร็จในการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ "โคก หนอง นา โมเดล" ในพื้นที่อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นางคำประไพ รักษาขันธ์ พัฒนาการอำเภอตระการพืชผล และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอตระการพืชผล ร่วมให้การต้อนรับและสนับสนุนการดำเนินงาน
สำหรับการติดตามผลสำเร็จในการดำเนินงานโครงการ "โคก หนอง นา โมเดล" ในครั้งนี้ พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมคณะจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี ได้ติดตามผลสำเร็จในการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ "โคก หนอง นา โมเดล" แปลงศูนย์เรียนรู้ระดับตำบล (Community Lab Model for quality of Life : CLM) ของนายแกล้วกล้า  บัวศรี พื้นที่แปลง 15 ไร่ บ้านโคกสว่าง หมู่ที่ 2 ตำบลโนนกุง อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีการต่อยอดพัฒนาระบบน้ำ, การกักเก็บน้ำ และแผงโซล่าร์เซลล์ รวมถึงการปลูกพืชผักสวนครัว และต้นไม้เศรษฐกิจอีกด้วย ทั้งนี้เจ้าของแปลงยังได้เปิดเผยว่า "การจะทำโคก หนอง นาให้สำเร็จ  อย่างแรกที่ต้องมี นั้นคือ มีใจในการทำ ศึกษาเพิ่มเติมต่อยอดให้แปลงมีมูลค่ามากขึ้น ปัจจุบันมีสินค้าเกษตรปลอดสารเข้าสู่ชุมชนทุกวัน ไม่มากแต่ก็มีจำหน่ายเรื่อยๆ นอกจากนั้นพื้นที่แห่งนี้ยังเปิดรับทุกท่าน ได้มาศึกษาเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่แบบผสมผสาน หรือพักผ่อนหย่อนใจสร้างความสุขกายสบายใจให้กับผู้ที่แวะมาเยี่ยมชมแปลง "โคก หนอง นา" ได้เป็นอย่างดี ในพื้นที่แปลงแห่งนี้ ซึ่งมีอะไรมากมายที่จะทำให้ตนได้เรียนรู้อีกเยอะ จากที่แต่ก่อนหมดฤดูทำนาเกษตรเชิงเดี่ยวแห้งแล้งมาก แต่พอมาวันนี้ได้รับโอกาสดีๆ สู่เกษตรผสมผสานตามหลักทฤษฎีใหม่ อะไรๆ ก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ มีแหล่งน้ำ มีต้นไม้นานาชนิด ความสุข ความผ่อนคลาย ความสบายใจ เริ่มมีรอยยิ้ม ได้ทำงาน ได้ออกกำลังกายด้วย ขอขอบคุณส่วนราชการที่ได้ร่วมพัฒนาพื้นที่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยมีทั้งคณะสงฆ์ ส่วนราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องในชุมชนร่วมกิจกรรม และที่ขาดไม่ได้กองบัญชาการกองทัพไทย นพค.52 และกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่มอบโอกาสดีๆให้เกษตรกรตัวน้อยๆ คนนี้" นายแก้วกล้า กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ 

จากนั้น คณะฯ ได้ติดตามความสำเร็จในการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ "โคก หนอง นา โมเดล" ในพื้นที่ต้นแบบระดับครัวเรือน (Household Lab Model for quality of Life : HLM) ประกอบด้วย แปลงนางสมศักดิ์ กาสา พื้นที่ 3 ไร่ และแปลงนายทวี ทิลาธรรม พื้นที่ 3 ไร่ บ้านนาหนองสิม หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านแดง อำเภอตระการพืชผล ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนั้นอยู่ใกล้เคียงกัน ได้มีการพัฒนาระบบน้ำ การต่อยอดผลผลิต การปลูกป่า 5 ระดับ สูง กลาง เตี้ย เรี่ยดิน ใต้ดิน ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เป็นต้นแบบให้กับครัวเรือนในชุมชนที่น่าใจศึกษาเพิ่มศักยภาพตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ทั้งนี้ เจ้าของแปลงได้เปิดเผยว่า เมื่อผลผลิตผลิดอกอกผล และเหลือจากการแบ่งปัน ก็สามารถนำไปจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ หากคิดเป็นรายวัน ก็เป็นเงินประมาณ 1-200 บาทต่อวัน ถึงวันนี้ มีความรู้สึกภาคภูมิใจยิ้มออกที่ได้เห็น "โคก หนอง นา" มีผลผลิตเต็มไปหมด และยังช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนอีกด้วย ท้ายที่สุดเจ้าของแปลง ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาล และกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จังหวัดและอำเภอ รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่มอบโครงการดี ๆ แบบนี้ เพื่อสร้างความสุขหลังวัยเกษียณและพร้อมที่จะสนับสนุนและสร้างเครือข่ายเผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต"
ขณะที่ นายพิสดาร ประดา พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เปิดเผยว่า "สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี มีแปลงที่เข้าร่วมโครงการ "โคก หนอง นา โมเดล" มากที่สุดในประเทศไทย ถึง 4,044 แปลง จนได้รับการขนานนามว่า "มหานครแห่ง โคก หนอง นา" จึงได้มีการกำกับติดตามการดำเนินการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนโดยเร็ว ขอชื่นชมการดำเนินงานของเจ้าของแปลงในครั้งนี้ ซึ่งจะทำให้เห็นได้ชัดว่า "โคก หนอง นา โมเดล" เป็นการผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้าน จนประสบสำเร็จและมีผลผลิตหลากหลาย สร้างรายได้และอาชีพให้กับครัวเรือน เป็นไปตามแนวนโยบายของทางรัฐบาลและหลักกสิกสิกรรมธรรมชาติ รวมถึงช่วยเหลือ แบ่งปันและเป็นต้นแบบให้กับครัวเรือนและชุมชนได้เข้ามาศึกษาหลักกสิกรรมธรรมชาติ นำไปประยุกต์และปรับใช้ให้เข้ากับครัวเรือนของตนเองได้อย่างภาคภูมิใจ เพื่อสร้างชีวิตและความสุขที่ยั่งยืนในรูปแบบของเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป"
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี  ภาพข่าว/รายงาน
สุมาลี สมเสนาะ/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar