กรมสรรพากร นำระบบ e-Donation มาใช้กับการบริจาค วัดวาอาราม มูลนิธิ สมาคม กองทุน และองค์การต่างๆ เริ่ม 1 มกราคม 2569 เพื่อสร้างความเชื่อมันในการบริจาคยุคดิจิทัล
การพัฒนาวิธีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคให้แก่มูลนิธิสมาคม คือการเปลี่ยนไปใช้ระบบ e-Donation อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อเพิ่มความโปร่งใส สะดวก และรวดเร็วให้แก่ทั้งผู้บริจาคและหน่วยงานที่รับบริจาค
จุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลง
- บังคับใช้ระบบ e-Donation: ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป การบริจาคให้แก่วัด มูลนิธิ สมาคม กองทุน และองค์กรต่างๆ ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี จะต้องทำผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรเท่านั้น
- การยกเลิกใบอนุโมทนาบัตรแบบกระดาษ: การบริจาคที่ออกโดยใบอนุโมทนาบัตรแบบกระดาษ (ออกด้วยมือ) จะไม่สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกต่อไป
- การตรวจสอบข้อมูล: ข้อมูลการบริจาคจะถูกส่งเข้าระบบโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้บริจาคไม่ต้องเก็บเอกสารหลักฐานเอง และกรมสรรพากรสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้โดยตรง
- ความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต: ระบบนี้จะช่วยลดช่องทางในการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นกับการออกใบอนุโมทนาบัตรด้วยมือ
- การอำนวยความสะดวก: ผู้บริจาคจะได้รับเงินคืนภาษีได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากข้อมูลจะเข้าระบบ D-MyTax ของกรมสรรพากรทันทีที่บริจาค
สิ่งที่ผู้บริจาคและหน่วยงานควรทำ
- สำหรับหน่วยงาน (มูลนิธิ/สมาคม):
- ตรวจสอบว่ามีเลขประจำตัวหน่วยรับบริจาคหรือไม่ หากไม่มี ให้ดำเนินการขอจดทะเบียนเลขประจำตัวที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่
- ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้งานระบบ e-Donation หากยังไม่ได้ดำเนินการ โดยสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร
- สำหรับผู้บริจาค:
- ตรวจสอบรายชื่อมูลนิธิหรือสมาคมที่เข้าร่วมโครงการ e-Donation เพื่อให้แน่ใจว่าการบริจาคของคุณจะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
- หากบริจาคให้กับองค์กรที่เข้าร่วมระบบ e-Donation แล้ว ผู้บริจาคไม่จำเป็นต้องเก็บเอกสารใดๆ เพราะข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่ระบบของกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ